ดราม่า งานวิ่ง เมืองชลฯ นักวิ่งจวกยับไร้มาตรฐาน-ต้องใช้มือรองน้ำดื่ม

author comindex   3 мес. назад
128 views

0 Like   0 Dislike

พลเมืองดีช่วยเหลือกระบะ จาก"แก๊งตบทรัพย์" บนถนนสายเอ...

เรื่อง พลเมืองดีช่วยเหลือกระบะเหยื่อแก๊งตบทรัพย์บนถนนสายเอเชีย กำแพงเพชร ขอขอบคุณ : โม พระอิน ที่มา : facebook.com/people/โม-พระอิน/100011738212531 แฉพฤติกรรมเก๋งตบทรัพย์ ถ.สายเอเชีย คลิปนี้ถูกบันทึกโดยพลเมืองดี ขณะเข้าช่วยเหลือรถกระบะ ที่คาดว่าจะถูกแก๊งตบทรัพย์เล่นงาน อยากให้ทุกคนได้รับชมกัน และรู้เท่าทันภัยมิจฉาชีพบนท้องถนน โชคดีมีคนเห็น คนร้ายไหวตัวหนีไป เส้นทางนครสวรรค์-กำแพงเพชร ข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์ ดูชัดๆ ใช่แก๊งตบทรัพย์รึเปล่า? พลเมืองดีบันทึกได้บนถนนสายเอเชีย ตร.ชี้มีพฤติกรรมส่อแวว เหตุเกิดกลางวันแสกๆ พบเก๋ง 2 คันพฤติกรรมคล้ายแก๊งตบทรัพย์ ก่อเหตุบนถนนสายเอเชีย ช่วง จ.กำแพงเพชร พลเมืองดีเห็นไม่นิ่งเฉย เข้าสอบถามเหตุการณ์ช่วยเหลือ ขณะที่เก๋งต้องสงสัยขับหนีออกไปทันที หลังเหยื่อบอกไปเคลียร์กันที่โรงพัก ตร.ชี้พฤติกรรมส่อแวว แนะหากเจอให้แจ้ง 191 เมื่อวันที่ 7 ก.ค.59 มีรายงานว่าสังคมออนไลน์แห่แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า โม พระอิน ขณะกล้องติดหน้ารถยนต์บันทึกเหตุการณ์ได้จังหวะที่รถกระบะโตโยต้าคันหนึ่งถูกรถเก๋ง 2 คันเบียดประกบ โดยรถเก๋งสีบรอนซ์ทองได้ชนเข้าบริเวณด้านข้างซ้ายของตัวรถ ผู้โพสต์อ้างว่า เห็นกับตาแก๊งตบทรัพย์ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียช่วงโค้งไผ่ เกือบถึงโค้งวิไล จังหวัดกำแพงเพชร ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจากนายดำรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าของคลิปเหตุการณ์ ทราบว่าเหตุเกิดเวลาประมาณ 12.50 น. วันที่ 4 ก.ค.59 บนถนนสายเอเชีย ช่วง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้พบกับรถเก๋งฮอนด้า สีขาว ขับมาด้วยความเร็วสูงในช่องทางขวาและแซงไป จากนั้นตนซึ่งขับรถความเร็วปกติไม่เกิน 110 กม./ชม. ได้พบกับรถคันดังกล่าวอีกครั้งในช่องทางซ้าย ก่อนที่จะพบรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ทองอีกคันหนึ่งอยู่บริเวณไหล่ทาง โดยทั้งสองคันขับคล้ายกำลังจะแซงรถกระบะโตโยต้า แต่ผลปรากฎว่ารถกระบะได้ถูกรถเก๋งชนเข้าทางด้านซ้ายในลักษณะจิ้มเบาๆ พลเมืองดี มั่นใจ พฤติกรรมเช่นนี้คือแก๊งตบทรัพย์ นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยความที่ตนมีอาชีพขับรถทางไกลเป็นประจำ สัญชาตญาณบอกทันทีว่าเป็นแก๊งตบทรัพย์แน่นอน จึงพยายามเปิดกระจกบอกผู้ขับขี่รถกระบะนิสสันอีกคันที่แล่นมาให้ไปอยู่เป็นเพื่อนกระบะโตโยต้า จากนั้นคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้จอดรถตกลงกันบริเวณไหล่ทางหน้าโรงเรียนชุมชนประชาสามัคคี ตนจึงจอดรถดูเหตุการณ์และไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เพียงไม่นานรถเก๋งโตโยต้าก็ได้ขับออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที ต่อมา นายดำรงค์ อ้างว่า คนขับรถกระบะที่ถูกชนซึ่งมากับครอบครัวรวมทั้งหมด 4 คนได้บอกกับตนว่า สาเหตุที่ไม่หยุดรถทันทีหลังถูกชน เนื่องจากต้องการหาป้อมตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน แต่ยังไม่ทันถึงป้อมตำรวจก็ถูกรถเก๋งสีบรอนซ์ทองคู่กรณี กระพริบไฟไล่ให้จอดข้างทาง จากนั้นคนขับรถเก๋งซึ่งเป็นคู่กรณีได้ถามว่า ลุงมีประกันไหม? ทางลุงเจ้าของรถกระบะจึงบอกไปว่ามีประกันภัยชั้น 3 หากต้องการซ่อมรถเดี๋ยวไปคุยกันที่สถานีตำรวจเพื่อตกลงกันและนำใบบันทึกประจำวันไปซ่อมรถ แต่หญิงสาวที่นั่งมาด้วยกันในรถเก๋งคู่กรณี บอกว่า “พี่ รถเราเสียหายนิดเดียว ไปเหอะ” จากนั้นคนขับก็ได้รีบขับออกไปทันที ก่อนที่ตำรวจนายหนึ่งจะมาจุดเกิดเหตุ เนื่องจากผู้ขับกระบะนิสสันได้ไปแจ้งเรื่องราวไว้ โดยตำรวจได้ถามว่า เสียตังไปหรือไม่ และถูกข่มขู่ไหม ซึ่งโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีการเสียเงินทองกันแต่อย่างใด “หากให้วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ผมมั่นใจ 90% ว่าพฤติกรรมที่เห็นตรงหน้าเป็นแก๊งตบทรัพย์แน่นอน ส่วนที่หัก 10% เนื่องจากตนไม่รู้ว่าคนขับรถเก๋งมีการพูดคุยอย่างไรบ้าง แต่อยากชวนให้ลองคิดดูจากคลิปที่บันทึกได้ เหตุใดรถเก๋งสีขาวขับแซงไปตั้งนานแล้ว แต่ไปชะลอในช่องทางซ้ายอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุก่อนที่จะขอแซงเลนขวา ขณะเดียวกันเมื่อคู่กรณีชวนไปโรงพักเหตุใดจึงไม่ไป และรีบขับออกไปทันที” นายดำรงค์ ตั้งคำถามให้คิด ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น พลเมืองดีจอดต่อท้าย รุดช่วยรถกระบะ ขณะที่คนขับเก๋งรีบบึ่งออกไป ทางด้าน พ.ต.อ.ชลิต วิริยะไกรศรีกุล ผกก.สภ.คลองขลุง และ พ.ต.อ.อิทธิ ชำนาญหมอ ผกก.ขาณุวรลักษบุรี ซึ่งรับผิดชอบบริเวณพื้นที่รอยต่อจุดเกิดเหตุและจุดเจรจา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เหตุการณ์จากคลิปที่พลเมืองดีถ่ายได้นั้น ค่อนข้างส่อแววว่าจะเป็นแก๊งตบทรัพย์ แต่ไม่สามารถฟันธงได้เนื่องจากต้องดูลักษณะการเจรจาประกอบ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้เข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำประชาชนที่เจอเหตุการณ์ในลักษณะทำนองนี้ ให้โทรศัพท์แจ้ง 191 ทุกครั้ง ตำรวจจะไปเป็นพยานให้ หากตกลงกันได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด หรืออาจจะไปเจรจาตกลงกันที่สถานีตำรวจก็ได้เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันยังสนับสนุนให้รถทุกคันติดกล้องไว้ โชคดีที่ครั้งนี้พลเมืองดีให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมทางเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ สภ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ‘รู้ทันโจร แก๊งตบทรัพย์’ ให้ประชาชนได้รับชม และรู้เท่าทันพฤติกรรมของมิจฉาชีพบนท้องถนนอีกด้วย ---------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดูคลิปนี้ไว้ รู้ทันโจร แก๊งตบทรัพย์ แก๊งรถเก๋งมิจฉาชีพ หากินโดยใช้วิธีเบียดให้กระบะชน แล้วเรียกร้องเงินค่าเสียหาย พฤติกรรมแก๊งชนแล้วตบทรัพย์ แบบนี้เขาเรียกว่าต­บไหม..."ตบทรัพย์ 2" เก๋งเฉี่ยวชนกระบะ ถนน นครสวรรค์-กำแพงเพชร พลเมืองดีแฉพฤติกรรมแก๊งตบทรัพย์ บนถนนสายเอเชีย จ.กำแพงเพชร แก๊งตบทรัพย์ ขับรถจี้ท้ายแล้วเบียดเหยื่อ เพื่อเรียกเงินค่าเสียหาย เรื่องเล่าเช้านี้ รวบแก๊งเฉี่ยวชนแล้วตบทรัพย์เผยก่อเหตุกว่า50ครั้งใน3ปี ข่าวแชร์เตือนภัย คลิปพฤติกรรมแก๊งตบทรัพย์ ขับเก๋งเบียด โวยเรียกค่าเสียหาย ตามล่าแก๊งรถเฉี่ยวชนตบทรัพย์ จับผิดแก๊งตบทรัพย์ เบียดให้ชนเรียกค่าเสียหาย อย่าพลาดตกเป็นเหยื่อ เจอจะๆ แก๊งตบทรัพย์ จอดรถลงไปช่วยมันรีบขอโทษแล้วหนีเลย ถนนนครสวรรค์-กำแพงเพชร ช่วงโค้งไผ่

ภาพสุดสะเทือนใจ เด็กอายุ 17 ถูกตำรวจจับข้อหาไม่สวมหมว...

สาวไทยมีลูกเป็นดาราฮอลลิวูดรวยหมื่นล้าน

ตะลึงทั้งหมู่บ้านเผาศพแล้วตัวจริงกลับมาบอกยังไม่ตา...

ที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ญาติพี่น้องได้นำตัว นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า นายสาคร ถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี นักการภารโรง ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย ซึ่งเป็นพี่เขยของนายสาคร กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากภรรยาซึ่งเป็นพี่สาวของนายสาครว่า เจ้าหน้าที่ ตร.สน.นางเลิ้ง โทรศัพท์มาแจ้งว่า ให้ไปรับศพของนายสาคร ที่ คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล เนื่องจากว่า นายสาคร เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร โดยเสียชีวิตที่ห้องเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ดังนั้น ตนพร้อมด้วย ญาติพี่น้อง จึงได้ว่าจ้างรถยนต์รับจ้าง จำนวน 10,000 บาท ไปรับศพของนายสาคร โดยได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ตร.ที่ สน.นางเลิ้ง จากนั้น ไปติดต่อขอรับศพนายสาคร ที่ คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล โดยมีหนังสือรับรองการตายของคณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล ลงวันที่ 21 พ.ค. 60 และมีใบมรณบัตร สำนักทะเบียนท้องถิ่น เขตพระนคร โดย ขณะที่ไปรับศพนายสาครนั้น ญาติพี่น้องได้ขอดูศพของนายสาคร แต่เจ้าหน้าที่เปิดศพให้ดูแค่หน้า ซึ่งพบว่า ศพเริ่มบวมขึ้นอืดแล้ว แต่ที่ผิดสังเกตคือ ฟันของศพจะยื่นออกมา ซึ่งผิดจากข้อเท็จจริงที่นายสาครจะมีฟันหลอบริเวณฟันด้านหน้า ซึ่งตนได้แจ้งความผิดสังเกตนี้ให้เจ้าหน้าที่ทราบแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ศพตายหลายวันแล้วเริ่มบวมขึ้นอืดให้รับออกไปได้ ตนกับญาติพี่น้องจึงได้รับศพของนายสาครกลับมาทำบุญที่บ้าน โดยได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน จากนั้น ได้ฌาปนกิจศพที่วัดบ้านเหล่าฝ้าย จากนั้นนำอัฐิเข้าบรรจุในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว ต่อมาช่วงค่ำของวันที่ 17 ธ.ค. 60 ปรากฏว่า นายสาคร ได้เดินทางกลับมาที่บ้านเหล่าฝ้าย ซึ่งตนและญาติพี่น้องต่างพากันตื่นตกใจมาก เพราะคาดไม่ถึงว่า ทำบุญเผาศพนายสาครไปแล้ว แต่ว่านายสาคร กลับมาที่บ้านอีก และเมื่อเข้าไปจับตัวของนายสาครดูแล้ว จึงรู้ว่าเป็นคนจริง ๆ ไม่ใช่ผี จึงได้แจ้งให้ นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้ายทราบ ทางด้าน นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ที่ญาติพี่น้องเข้าใจว่าตายไปแล้ว กล่าวว่า ตนได้ออกจากบ้านไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา และระหว่างที่ทำงานอยู่ในเรือประมงนั้น ได้มีชายชาวพม่าคนหนึ่งที่ทำงานบนเรือประมงด้วยกันได้มาแย่งเอาบัตรประชาชนของตนเองไป ซึ่งตนได้พยายามแย่งเอาบัตรประชาชนคืนแล้วแต่ว่า ไม่สามารถจะเอาบัตรประชาชนของตนคืนจากชายชาวพม่าได้ และชายชาวพม่าได้ขึ้นจากเรือประมงหนีไป จากนั้น ตนได้ไปแจ้งความบัตรประชาชนหายและขอทำบัตรประชาชนใหม่ที่ อ.ขะนอม จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้น ทำงานอยู่บนเรือประมงนานประมาณ 1 ปี 2 เดือน จึงได้เดินทางกลับมาบ้านและพบว่า มีการเผาศพของชายไม่ทราบชื่อซึ่งเข้าใจว่าเป็นศพของตนไปแล้ว ตนจึงขอร้องทุกข์ขอชีวิตคืนให้ตนด้วย เพราะว่า ตนยังไม่ได้ตายจริง แต่ตามหลักฐานทะเบียนราษฏร์ได้ระบุว่า ตนได้เสียชีวิตแล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ทางด้าน นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้าย กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบดูแล้ว เห็นว่า เป็นนายสาครที่เป็นลูกบ้านของตนจริง ดังนั้น ตนจะได้นำตัวนายสาครไปพบกับนายอำเภอโนนคูณ เพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ทราบ เพื่อขอให้พิจารณาให้การช่วยเหลือ นายสาคร สาชีวะ เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวสารได้ใน Web : http://www.matichon.co.th/default.php Facebook : https://www.facebook.com/MatichonOnline Instargram : https://instagram.com/matichononline Twitter : https://twitter.com/matichononline Google+ : https://plus.google.com/109225894671870773920/posts

ชาวบ้านถึงกับอึ้ง!!! แห่ดูบ้านไม้เก่าที่ใหม่ขึ้นมาได...

เรื่องจริงที่น่าค้นหาบ้านไม้เก่า อายุหลายสิบปี อยู่ดีๆใหม่ขึ้นมาเองเพียงชั่วข้ามคืน คนนับร้อยมาขอโชคลาภ พิกัดบ้านบ่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย

งานวิ่ง – ดราม่า งานวิ่ง รายการใหญ่ จ.ชลบุรี กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มนักวิ่งกระฉ่อนโลกโซเชียล หลังปล่อยให้นักวิ่งต้องลำบากในการดื่มน้ำขนาด ต้องใช้มือรองน้ำกรอกเข้าปากกันเอง

Comments for video: